iTopPlus501283509930

ตาโปน ใครว่าไม่สำคัญ

                       ตาโปน เป็นภาวะที่ระดับของตาไม่เท่ากัน มีตาข้างหนึ่งโตกว่าหรือนูนกว่า ยื่นออกมาข้างหน้า บนล่างซ้ายขวาได้ทุกทิศทาง คนที่ตาโปนอาจจะค่อยๆมีอาการโดยที่ตนเองไม่ได้สังเกต อย่านิ่งนอนใจและรีบปฏบัติดังนี้

1.พบจักษุแพทย์ ขอคำแนะนำ เพราะอาจจะ

- เป็นธรรมชาติของตาคุณ

- หรือตาอีกข้างตก จึงทำให้ตาอีกข้างดูโปน

- เป็นโรคตาโปนจากภาวะโรคไทรอยด์ขึ้นตา (ผลเลือดของไทรอยด์ฮอร์โมนอาจปกติก็ได้)

- ตาข้างนั้นหลับไ่ม่สนิท เพราะเส้นประสาทคู่ที่เจ็ดทำงานไม่ดี เรียกว่า Lagophthalmos

- มีเนื้องอกด้านหลังลูกตา

- มีเนื้องอกบริเวณใกล้เคียงเบียดมา (จากเนื้องอกไซนัส หรือเนื้องอกของต่อมผลิตน้ำตา)

- มีเนื้องอกลุกลามแพร่กระจายจากที่อื่น

- มีเนื้องอกสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง ทำให้พื้นที่เบ้าตาถูกเบียด

- มีเนื้องอกเทียม เป็นการอักเสบในเบ้าตาโดยไม่รู้สาเหตุ

- โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ มีประวัติอุบัติเหตุ มักมีเสียงในหู ตาแดงมาก

iTopPlus862551553941

2.สวมแว่นกันลม กันฝุ่น กันแดดไว้เสมอ เพื่อป้องกันกระจกตาไม่ให้เกิดแผล และต้องระวังอย่าให้เลนส์แว่นถูกผิวตาดำเด็ดขาด

3.หยอดน้ำตาเทียมทุกๆ 2 ชั่วโมง ชนิดแบบไม่ใส่สารกันเสีย

4.ใช้ยาปฏิชีวนะที่เป็นป้ายตา บีบใส่เปลือกตาด้านล่างในเวลาก่อนนอน

5.หมั่นสังเกตการมองเห็นของตาตนเอง ว่ามองเห็นแย่ลงหรือไม่อย่างใกล้ชิด เช่น มีการมองเห็นแคบลง มีภาพแกว่งซ้ายขวา เป็นต้น

6.ตรวจสุขภาพร่างกายอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุ อาจจะต้อง X-ray Computer โดยปรึกษาจักษุแพทย์

          


iTopPlus1411937112580

                      สาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุดคือ โรคตาโปนจากภาวะโรคไทรอยด์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นไทรอยด์เป็นพิษ แต่ไทรอยด์ปกติหรือต่ำก็สามารถเป็นได้เช่นกัน อีกอย่างที่ต้องสังเกตว่ามีไข้ปวดบวม แดงร้อนรอบตาไหม อาจจะเกิดจากการติดเชื้อในเบ้าตาได้ ซึ่งรุงแรงมาก เพราะสามารถเข้าสมองได้ จะต้องนอน รพ. ฉีดยาปฏิชีวนะด่วนมิฉะนั้นอาจจะไม่ทันการเชื้อโรคน่ากลัวและสามารถทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นเราควรจะสังเกตลักษณะตาตนเองและคนรอบข้างจะได้ดูแลรักษาทัน