iTopPlus672947670502

                                  หลายคนเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับสายตาแพ้แสง ซึ่งอาการตาแพ้แสงสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย อาจจะเกิดจาก โรคตาต่างๆ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก ต้อเนื้อ เป็นต้น แต่ปัจจุบันคนมักจะประสบปัญหาตาแพ้แสงกันเยอะโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นวัยทำงาน เนื่องจากการจ้องแสงจากหน้าจอโทรศัพท์ จอคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะการจ้องมองแสงในที่มืด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อดวงตามากที่สุด

                  เมื่อมองแสงแดด แสงไฟ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆแล้ว ดวงตาเราจะมีการรับรู้ที่ผิดปกติคือ เกิดตาล้า พร่ามัว ปวดเบ้าตา บางรายอาจมีอาการน้ำตาไหลร่วมด้วย รวมไปถึงปัจจัยเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายก็สามารถส่งผลด้วยเช่นกัน เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด โรคไมเกรน หรือการเลือกรับประทานอาหาร เป็นต้น


iTopPlus1208815726251

                                      วิธีการรักษา ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาได้ถาวร แต่สามารถป้องกันได้ โดยการสวมใส่แว่นกันแดดเวลาต้องออกแดด หรือหากผู้ที่มีปัญหาสายตาด้วยก็จะแนะนำเลนส์ออโต้ ที่เวลาเจอแสงก็จะปรับจากเลนส์ใสเป็นกันแดด ซึ่งเป็นเลนส์ที่นิยมกันในปัจจุบัน ในตลาดก็มีหลายราคาแตกต่างกันไปแล้วแต่คุณภาพและมาตรฐานแต่ละร้านค้า และอีกวิธีหนึ่งคือการ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยมีส่วนของวิตามินเอ เช่น ตับ น้ำมันตับปลา ไข่แดง นม หรือพืชผักใบเขียวต่างๆ เป็นต้น และการทำร่างกายให้แข็งแรง การพักผ่อนที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอยู่กับหน้าจอโทรศัทพ์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรพักสายตาซัก 10-15 นาที เพื่อให้ดวงตาได้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือการมองไกลๆสลับกับใกล้ๆบ้าง และมีเทคนิกเล็กๆอีกหนึ่งอย่างในการผ่อนคลายดวงตา คือ การมอง ต้นไม้ สิ่งของสีเขียว จะช่วยให้รู้สึกสบายตามากขึ้น

iTopPlus96747555661

                              การดูแลรักษาดวงตาเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ดวงตาเสียมาก เช่น การจ้องมองคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ หากผู้ที่ต้องทำงานที่ไม่สามารถเลี่ยงแสงแดดได้ ก็ควรจะสวมใส่แว่นกันแดดเพื่อที่ไม่ให้แสงมาทำลายจอประสาทตา อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ หากผู้ที่ดูแลดวงตาแล้วแต่ยังมีอาการแพ้แสงอยู่ ให้รีบไปพบจักษุแพทย์ในการรักษาติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง